ศึกสายเลือดแซมบ้า

ศึกสายเลือดแซมบ้า !เจาะลึก อลีสซง vs เอแดร์ซอน ใครเจ๋งกว่ากัน ?

ศึกสายเลือดแซมบ้า เกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีคิวเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม เจอกับ ลิเวอร์พูล วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคมนี้ ถือเป็นเกมใหญ่ และเป็นนัดที่หลายคนสนใจมากๆ เพราะมันจะเป็นเกมที่มีผลกับการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้สุดๆ

ในตอนนี้ “หงส์แดง” นำเป็นจ่าฝูงด้วยผลงาน 54 คะแนน จากการลงเล่น 20 นัด ส่วนฝั่งแชมป์เก่าอย่าง “เรือใบสีฟ้า” ที่มองกันว่าน่าจะเป็นคู่แข่งตัวหลักในการลุ้นแชมป์ของ ลิเวอร์พูล นั้น ตามหลังทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ อยู่ถึง 7 แต้ม นั่นหมายความว่าถ้า ลิเวอร์พูล เอาชนะได้ เส้นทางสู่แชมป์ของพวกเขาก็สดใสสุดขีดจากการที่จะทิ้งห่างอีกฝ่ายถึง 10 แต้ม ในทางกลับกัน ถ้าเกิด แมนฯ ซิตี้ ยัดเยียดความปราชัยในลีกนัดแรกให้ ลิเวอร์พูล ประจำฤดูกาลนี้ได้แล้วล่ะก็ ทีมของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ก็จะลดช่องว่างเหลือเพียง 4 แต้ม จนทำให้การลุ้นแชมป์สนุกสุดๆ

แน่นอนว่าคนที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินผลแพ้ชนะของเกมนี้มีหลายคน อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตู ลิเวอร์พูล และ เอแดร์ซอน โมราเอส นายทวาร แมนฯ ซิตี้ ก็อยู่ในกลุ่มนั้นเช่นกัน หลังจากที่พวกเขาถือเป็นปราการด่านสุดท้ายของทีมในการป้องกันประตู และวันนี้เราจะมาดูกันว่าระหว่าง 2 มือกาวสายเลือดบราซิเลียนนั้น ในฤดูกาลนี้ใครที่ทำผลงานได้ดีกว่ากัน

ศึกสายเลือดแซมบ้า

การมีส่วนร่วมในเกมรุก
ถ้าพูดถึงนักเตะตำแหน่ง “ผู้รักษาประตู” แล้วล่ะก็ แน่นอนว่าคุณสมบัติสำคัญที่หลายคนจะนึกถึงเป็นอย่างแรกคือการป้องกันประตู พวกเขามีหน้าที่ที่จะต้องทำให้ทีมไม่เสียประตู ไม่ว่าจะด้วยการใช้อวัยวะส่วนไหนของร่างกายก็ตาม

อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบอีกอย่างหนึ่งที่นายทวารควรมีคือการ “เปิดเกมด้วยลูกเตะ” แน่นอนว่าความสำคัญของเรื่องนี้ถือว่าน้อยกว่า “การเซฟ” แต่ถ้านายด่านคนนั้นๆ สามารถเตะเปิดเกมได้ดี มันก็จะช่วยทำให้ทีมเล่นเกมรุกได้เร็วขึ้นด้วย

อลีสซง ทำผลงานได้ดีในด้านนี้พอตัว ยกตัวอย่างเช่นนัดที่ถล่ม อาร์เซน่อล 5-1 เขาก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทีมได้ประตูที่ 4 จากการที่ผ่านบอลได้อย่างแม่นยำชนิดที่สมควรได้รับเสียงปรบมืออย่างมาก

ในทางกลับกัน เอแดร์ซอน ก็จ่ายบอลได้ดีไม่แพ้ อลีสซง สมกับเป็นสายเลือดแซมบ้า ตัวอย่างในการมีส่วนร่วมกับเกมบุกของเขาคือนัดที่ แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ 3-1 แถมเขายังมั่นใจในลีลาของตัวเองจนถึงขั้นเลี้ยงบอลในกรอบเขตโทษของตัวเอง ก่อนที่จะเปิดบอลขึ้นเกมบุกด้วยซ้ำ

ถ้าถามว่าใครเหนือกว่าในจุดนี้ ก็ต้องบอกว่า เอแดร์ซอน ได้รับการชูมือเป็นผู้ชนะ เพราะในฤดูกาลนี้เขาผ่านบอลสำเร็จไป 504 ครั้ง คิดเป็น 82.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของ พรีเมียร์ลีก ประจำซีซั่นนี้ (อันดับ 1 คือ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า มือกาว เชลซี จากจำนวน 85.9 เปอร์เซ็นต์) ขณะที่ อลีสง ผ่านบอลสำเร็จ 78.8 เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่จริงๆ แล้วเขามีจังหวะพยายามผ่านบอลเยอะกว่า เอแดร์ซอน ด้วยซ้ำ โดย อลีสซง พยายามผ่านบอลไป 566 หน

    – ความผิดพลาด
การเล่นแบบเสี่ยงๆ ย่อมทำให้เกิดความผิดพลาดเป็นธรรมดา ซึ่งในตำแหน่งผู้รักษาประตูนั้น ความผิดพลาดก็อาจส่งผลให้ทีมเสียประตูได้ง่ายๆ เลย และต้องบอกว่าทั้งคู่ก็มีจุดด้อยในด้านนี้พอๆ กัน

เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เอแดร์ซอน เสียจุดโทษในเกม พรีเมียร์ลีก ถึง 2 นัดติดต่อกัน เริ่มจากการกะจังหวะพลาดจนไปทำฟาวล์ แดนนี่ อิงส์ กองหน้า เซาธ์แฮมป์ตัน แล้วจากนั้นก็ทำพลาดในแบบคล้ายๆ กัน จนกลายเป็นการทำให้ โรเมลู ลูกากู หัวหอก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลงไปนอนกองกับพื้น

ด้าน อลีสซง ก็ไม่ได้ดีเด่นไปกว่ากันในประเด็นนี้ จริงอยู่ว่าเขาโชว์ฟอร์มเซฟสวยๆ หลายหน แต่เขาก็เคยทำพลาดแบบไม่น่าให้อภัยมาแล้วจากการพยายามล็อกหลบผู้เล่น เลสเตอร์ ซิตี้ ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะเสียบอลไป และทำให้ทีมเสียประตูในนัดนั้น ยังดีที่สุดท้ายแล้ว ลิเวอร์พูล ชนะไป 2-1 ขณะที่ในเกม “แดงเดือด” เขาก็เคยทำพลาดจนส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูตีเสมอมาแล้ว ก่อนที่สุดท้าย “หงส์แดง” จะชนะไป 3-1

ขอขอบคุณที่มา www.siamsport.co.th